eloop-e14-e13-powerbank-%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b9%8c-%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%95%e0%b8%aa%e0%b9%8d%e0%b8%b2

เราจะเลือกความจุของเพาเวอร์แบงค์ขนาดไหนดี? ปกติเพาเวอร์แบงค์จะมีการปล่อยประจุอยู่สม่ำเสมอถึงแม้เราจะชาร์ตไว้เต็มแล้วไม่เคยใช้ก็ตาม และการใช้งาน เราจะไม่สามารถใช้งานได้เต็มความจุเหตุเพราะมันมีการสูญเสียประจุอยู่ตลอดเวลานั่นเอง โดยปกติจะมีอัตราการสูญเสียประจุอยู่ที่ประมาณ 30% ของความจุเพาเวอร์แบงค์ เช่น เพาเวอร์แบงค์ขนาด 10000mAh จะใช้ได้จริงประมาณ 70% หรือ 7000 mAh แค่นั้น

ความจุเพาเวอร์แบงค์ที่เหมาะกับเราควรจะเป็นความจุไหนดี ก็ลองเช็คคร่าวๆ แบบนี้

1. แทปเลต สมาร์ทโฟนหรือมือถือของคุณมีขนาดแบตเตอรี่เท่าใด (ดูจากสเปคของเครื่อง หรือหาในอินเตอร์เน็ต)

2. คุณใช้งานอุปกรณ์หลังจากชาร์ตได้นานแค่ไหน ก่อนจะชาร์ตครั้งถัดไป โดยประมาณ

หลังจากนั้น เราก็มาบวกลบคูณหารหาขนาดเพาเวอร์แบงค์ที่สมกับเรากัน

ตัวอย่างการคำนวณหาความจุแบตที่เหมาะสม

1. แบตมีขนาด 3500 mAh

2.คิดว่าใช้งาน ได้ 6 ชม.ก่อนการชาร์ตคราวหน้า

จะได้ว่า ใน 1 วัน ผมจะต้องชาร์ตมือถือ 2 หนต่อวัน เพราะฉะนั้น

ผมต้องการเพาเวอร์แบงค์ 3500mAh x 2 = 7000 mAh

แต่อย่าลืมว่าความจุเช่นนี้คือ 70% ของขนาดที่เราต้องการ เช่นนั้นคุณต้องใช้เพาเวอร์แบงค์ขนาด 10000mAh เป็นอย่างน้อย หรือถ้าว่าไม่ต้องการจะต้องคอยชาร์ตบ่อย ๆ ก็แนะนำเพาเวอร์แบงค์ยี่ห้อ eloop e14 ที่มีขนาด 20000 mAh ไปเลย จะได้โล่งใจเรื่องแบตเตอรี่ไม่พอใช้งาน

admin